สีทนไฟ กันไฟได้จริงไหม? เจาะลึกการทำงาน พร้อมผลทดสอบเผาจริง 550°C
- Vigotext Thailand

- 27 มี.ค.
- ยาว 1 นาที

สีทนไฟกันไฟได้จริงไหม?” เป็นคำถามที่ผู้ประกอบการโรงงาน วิศวกร และเจ้าของอาคารจำนวนมากสงสัย โดยเฉพาะในอุตสาหกรรมที่มีความเสี่ยงด้านอัคคีภัยสูง เช่น โรงงานอุตสาหกรรม โรงไฟฟ้า และคลังสินค้า
บทความนี้จะอธิบายเชิงวิศวกรรมว่า สีทนไฟ (Fireproof / Intumescent Coating) ทำงานอย่างไร พร้อมนำเสนอ ผลการทดลองจริง จากการเผาชิ้นงานที่อุณหภูมิ 550°C เป็นเวลา 30 นาที เพื่อให้เห็นภาพชัดเจนที่สุด
สีทนไฟ คืออะไร?
สีทนไฟ หรือ Intumescent Paint เป็นระบบเคลือบผิวที่ออกแบบมาเพื่อ ชะลอการสูญเสียความแข็งแรงของโครงสร้างเหล็กเมื่อเกิดไฟไหม้
เมื่อเหล็กได้รับความร้อนประมาณ 500–600°C โครงสร้างจะเริ่มสูญเสียกำลังรับแรงอย่างรวดเร็ว ซึ่งอาจนำไปสู่การพังทลายของอาคาร
สีทนไฟจึงมีหน้าที่ “ซื้อเวลา” ให้โครงสร้างสามารถคงรูปอยู่ได้นานขึ้น เพื่อให้มีเวลาสำหรับการอพยพและควบคุมเพลิง
สีทนไฟทำงานอย่างไร?
กลไก Intumescent Expansion (การพองตัว)
เมื่อสีทนไฟสัมผัสความร้อนสูง จะเกิดปฏิกิริยาเคมี ทำให้สีเกิดการ “พองตัว (Expansion)” กลายเป็นชั้นโฟมคาร์บอน (Char Layer) ที่มีคุณสมบัติเป็นฉนวนกันความร้อน
ชั้นนี้จะช่วย
ลดอัตราการถ่ายเทความร้อนสู่โครงสร้างเหล็ก
ชะลอการเพิ่มอุณหภูมิของเหล็ก
ยืดระยะเวลาการเสียรูปของโครงสร้าง
อัตราการพองตัวสำคัญอย่างไร?
อัตราการพองตัว (Expansion Ratio) เป็นตัวชี้วัดประสิทธิภาพของสีทนไฟ โดยทั่วไปอยู่ที่ประมาณ 15–50 เท่า ขึ้นอยู่กับสูตรผลิตภัณฑ์
ยิ่งพองตัวมาก = ชั้นฉนวนหนาขึ้น = ป้องกันความร้อนได้ดีขึ้น
ผลการทดลองจริง: เผาสีทนไฟที่ 550°C เป็นเวลา 30 นาที
เพื่อยืนยันประสิทธิภาพของสีทนไฟ เราได้ทำการทดลองเผาชิ้นงานจริงภายใต้เงื่อนไขดังนี้
สเปคชิ้นงานทดลอง
เหล็กกัลวาไนซ์ (Galvanized Steel)
สีรองพื้น (Primer) ความหนา 80 ไมครอน
สีทนไฟ ความหนา 2000 ไมครอน
เงื่อนไขการทดสอบ
อุณหภูมิ: 550°C
ระยะเวลา: 30 นาที

ผลลัพธ์ที่ได้
จากการทดลองพบว่า
สีทนไฟเกิดการพองตัวประมาณ 15 เท่า
ในขณะที่ตามเอกสารผลิตภัณฑ์ ระบุไว้ที่ประมาณ 20 เท่า
วิเคราะห์ผล: ทำไมพองตัวไม่ถึง 20 เท่า?
ผลการทดลองที่ได้ 15 เท่า ไม่ได้หมายความว่าสีไม่มีประสิทธิภาพ แต่เกิดจาก “เงื่อนไขการทดสอบ”
1. ระยะเวลาเผาไม่เพียงพอ
การเผาเพียง 30 นาที อาจยังไม่ทำให้สีทนไฟทุกชั้นเกิดปฏิกิริยาได้ครบถ้วน
จากการสังเกตชิ้นงาน
มีบางส่วนของสีที่ยัง “พองตัวไม่เต็มที่”
แสดงว่ายังมีเนื้อสีที่ยังไม่เข้าสู่กระบวนการ Expansion
สีทนไฟจริงจะสามารถป้องกันไฟได้เต็มประสิทธิภาพที่ 60-120 นาที จึงต้องใช้ระยะเวลาการเผามากกว่านี้ เพื่อการพองตัวที่เต็มที่

2. ความหนาของสีที่สูง (2000 ไมครอน)
ความหนาที่มาก ทำให้ความร้อนต้องใช้เวลาในการถ่ายเทเข้าสู่ชั้นลึกของสี
ส่งผลให้
ชั้นบนพองตัวแล้ว
แต่ชั้นล่างยังไม่พองเต็มที่
สรุป สีทนไฟกันไฟได้จริงไหม?
คำตอบคือ กันไฟได้จริงในเชิง “ชะลอความเสียหาย” ไม่ใช่กันไฟแบบไม่ไหม้
สีทนไฟ
ไม่ได้หยุดไฟ
แต่ช่วยชะลออุณหภูมิของโครงสร้าง
ทำให้โครงสร้างไม่พังทันที
ซึ่งเป็นหัวใจของมาตรฐานความปลอดภัยอาคาร
ความสำคัญของการคำนวณความหนาสีทนไฟ
การติดตั้งสีทนไฟ “ไม่สามารถใช้ความหนาเดียวกันทุกงานได้”
ความหนาที่เหมาะสมต้องคำนวณจาก:
ขนาดหน้าตัดเหล็ก (Section Factor)
ระยะเวลาทนไฟที่ต้องการ (Fire Rating เช่น 1–3 ชั่วโมง)
ประเภทอาคาร

ทำไมต้องให้วิศวกรคำนวณ?
หากความหนาน้อยเกินไป → ป้องกันไม่พอหากหนาเกินไป → สิ้นเปลืองงบโดยไม่จำเป็น
บริษัทของเรามีทีมวิศวกรผู้เชี่ยวชาญด้านสีทนไฟโดยเฉพาะสามารถออกแบบระบบให้เหมาะสมกับหน้างานจริง เพื่อให้ได้ทั้ง “ความปลอดภัย + ความคุ้มค่า”
ทำไมต้องเลือกผู้เชี่ยวชาญงานสีทนไฟ?
งานสีทนไฟเป็นงานเฉพาะทางที่ต้องอาศัย:
ความเข้าใจด้านวัสดุ
เทคนิคการติดตั้ง
การควบคุมความหนา (DFT Control)
การตรวจสอบคุณภาพ
ด้วยประสบการณ์มากกว่า 20 ปีเราพร้อมให้บริการตั้งแต่การวิเคราะห์ ออกแบบ ไปจนถึงติดตั้ง โดยทีมงานมืออาชีพ

















ความคิดเห็น