top of page

ฝนหยุดแล้วแต่น้ำยังหยด 6 สาเหตุ ติดตั้งกันซึมแล้วทำไมน้ำยังรั่วซึม ?

  • รูปภาพนักเขียน: Vigotext Thailand
    Vigotext Thailand
  • 1 วันที่ผ่านมา
  • ยาว 2 นาที
ทีม W4D Construction ติดตั้งระบบกันซึมบนดาดฟ้าโรงงาน พร้อมหัวข้อฝนหยุดแล้วแต่น้ำยังหยด 6 สาเหตุที่ติดตั้งกันซึมแล้วแต่น้ำยังรั่วซึม
ทีม W4D Construction ติดตั้งระบบกันซึมบนดาดฟ้าโรงงาน พร้อมหัวข้อฝนหยุดแล้วแต่น้ำยังหยด 6 สาเหตุที่ติดตั้งกันซึมแล้วแต่น้ำยังรั่วซึม

ทำกันซึมแล้ว แต่น้ำยังหยดอยู่ เกิดจากอะไร?


หนึ่งในปัญหาที่สร้างความกังวลให้กับเจ้าของอาคาร ฝ่ายวิศวกรรม และ Facility Management คือ

ติดตั้งระบบกันซึมไปแล้ว แต่ยังพบน้ำรั่วซึม หรือฝนหยุดไปแล้วแต่น้ำยังหยดต่อ

ปัญหานี้พบได้ทั้งในโรงงานอุตสาหกรรม คลังสินค้า อาคารสำนักงาน ศูนย์กระจายสินค้า และโครงการขนาดใหญ่ สิ่งสำคัญคือ จุดที่เห็นน้ำหยด ไม่จำเป็นต้องเป็นจุดที่น้ำเข้าจริง น้ำอาจซึมเข้าจากรอยแตก รอยต่อ รอบท่อ หรือบริเวณอื่น แล้วไหลตามชั้นโครงสร้างก่อนจะออกมาในอีกตำแหน่งหนึ่ง

ดังนั้น การแก้ปัญหาน้ำรั่วซึมให้จบ ไม่ควรเริ่มจากการทากันซึมเพิ่มทันที แต่ควรเริ่มจากการหาต้นเหตุให้ถูกต้องก่อน


ทำไมฝนหยุดแล้ว แต่น้ำยังหยด?


กรณีนี้พบได้บ่อยในอาคารขนาดใหญ่ หากน้ำเข้าไปสะสมอยู่ในชั้น Screed รอยแตกร้าว ช่องว่าง หรือบริเวณใต้ระบบกันซึม น้ำอาจยังคงไหลออกมาอีกระยะหนึ่ง แม้ว่าฝนจะหยุดแล้วก็ตาม จึงเป็นไปได้ว่า


น้ำที่เห็นวันนี้ อาจเป็นน้ำที่เข้าไปในโครงสร้างตั้งแต่หลายชั่วโมงหรือหลายวันก่อน


นี่เป็นเหตุผลว่าทำไมการตัดสินจากตำแหน่งน้ำหยดเพียงอย่างเดียว อาจทำให้ซ่อมผิดจุดได้


6 สาเหตุที่ติดตั้งกันซึมแล้ว แต่น้ำยังรั่ว


6 สาเหตุที่ติดตั้งกันซึมแล้วแต่น้ำยังรั่วในโรงงานและอาคารขนาดใหญ่ เช่น ซ่อมไม่ตรงจุด น้ำสะสม รอยแตกร้าว และปัญหาระบายน้ำ
6 สาเหตุที่ติดตั้งกันซึมแล้วแต่น้ำยังรั่วในโรงงานและอาคารขนาดใหญ่ เช่น ซ่อมไม่ตรงจุด น้ำสะสม รอยแตกร้าว และปัญหาระบายน้ำ

1. ซ่อมไม่ตรงจุดที่น้ำเข้าจริง

นี่เป็นสาเหตุที่พบได้บ่อยที่สุด เช่น พบคราบน้ำตรงฝ้าด้านล่าง แล้วขึ้นไปซ่อมบริเวณตรงกันด้านบนทันที แต่ในความเป็นจริง น้ำอาจเข้าจาก


  • รอยต่อ

  • Crack

  • Roof Drain

  • รอบท่อ

  • ขอบผนัง

  • Expansion Joint


แล้วไหลไปตามโครงสร้างก่อนจะหยดออกมาอีกตำแหน่งหนึ่ง

ดังนั้น Leak Point และ Water Entry Point อาจไม่ใช่จุดเดียวกัน


2. มีน้ำสะสมอยู่ภายในชั้นโครงสร้าง

หากพื้นที่เคยรั่วเป็นเวลานาน อาจมีน้ำหรือความชื้นสะสมอยู่ใน


  • Screed

  • รอยแตกร้าว

  • ช่องว่างใต้ Membrane

  • ชั้นฉนวน

  • Joint

  • พื้นคอนกรีต


แม้จะปิดจุดน้ำเข้าแล้ว น้ำที่สะสมอยู่เดิมก็อาจยังระบายออกไม่หมด

หากติดตั้งระบบใหม่ทับพื้นที่ที่ยังมีความชื้นสูง ยังอาจเพิ่มความเสี่ยงต่อปัญหา Blistering, Bubbling หรือ Delamination ได้อีกด้วย


3. จุด Detail ทำไม่สมบูรณ์

งานกันซึมไม่ได้มีความเสี่ยงเฉพาะพื้นที่กว้าง ๆ กลางพื้น

จุดที่ควรตรวจเป็นพิเศษ

ได้แก่

  • รอยต่อพื้นกับผนัง

  • Expansion Joint

  • Pipe Penetration

  • Drain

  • ฐานเครื่องจักร

  • Anchor Bolt

  • Upstand

  • ขอบผนัง


แม้พื้นที่หลักจะติดตั้งระบบกันซึมใหม่แล้ว แต่หาก Detailing จุดเหล่านี้ไม่สมบูรณ์ น้ำก็ยังสามารถซึมเข้าได้


4. รอยแตกร้าวยังมีการเคลื่อนตัว

การเห็น Crack แล้วอุดทับทันที อาจไม่เพียงพอ

ต้องตรวจด้วยว่า Crack เป็นลักษณะ


  • Static

  • Dynamic

  • มี Movement

  • มี Active Leakage

  • เกี่ยวข้องกับการเคลื่อนตัวของโครงสร้างหรือไม่


หากเลือกวัสดุซ่อมที่ไม่เหมาะกับลักษณะรอยแตก ปัญหาอาจกลับมาอีกหลังใช้งานไปไม่นาน


5. ปัญหาอยู่ที่ Slope หรือ Drainage

บางครั้งเปลี่ยนระบบกันซึมแล้ว แต่ยังมีน้ำขังเหมือนเดิม

สาเหตุอาจมาจาก


  • พื้นไม่มี Slope

  • พื้นทรุดเป็นแอ่ง

  • Drain อุดตัน

  • Drain มีไม่เพียงพอ

  • น้ำระบายออกช้า


ในกรณีนี้ การเปลี่ยนชนิดวัสดุกันซึมเพียงอย่างเดียวอาจไม่แก้ต้นเหตุ

สิ่งที่ควรแก้จริงอาจเป็น ระบบระบายน้ำของพื้นที่


6. น้ำไม่ได้มาจากระบบกันซึม

ในโรงงานและอาคารขนาดใหญ่ มีระบบ MEP จำนวนมาก

น้ำที่เห็นอาจมาจาก


  • ท่อน้ำ

  • Condensate

  • Drain

  • ระบบปรับอากาศ

  • ระบบสุขาภิบาล

  • เครื่องจักร

  • Wet Area ชั้นบน


หากไม่มีฝนหลายวันแล้วแต่ยังมีน้ำออกต่อเนื่อง ควรตรวจสอบแหล่งน้ำอื่นร่วมด้วย

ไม่ควรสรุปทันทีว่าเป็นปัญหาของระบบ Waterproofing


แล้วควรตรวจอย่างไรให้หาต้นเหตุเจอ?

สำหรับงานระดับโรงงานหรือองค์กร ควรใช้วิธีตรวจแบบเป็นระบบ มากกว่าการทดลองซ่อมทีละจุดแนวทางที่แนะนำ

ได้แก่


1. เก็บ Pattern ของการรั่ว

ตรวจว่า

  • เริ่มรั่วหลังฝนตกนานแค่ไหน

  • ฝนหยุดแล้วหยดต่ออีกกี่ชั่วโมง

  • ฝนตกหนักแล้วรั่วมากขึ้นหรือไม่

  • รั่วเฉพาะบางทิศทางหรือไม่

  • ไม่มีฝนแล้วยังมีน้ำหรือไม่

ข้อมูลเหล่านี้ช่วยแยกสาเหตุได้มาก


2. ทำ Leak Mapping

บันทึกจุดรั่วลง Drawing หรือ Layout แล้วเปรียบเทียบกับตำแหน่งด้านบน เช่น

  • Crack

  • Joint

  • Drain

  • Pipe

  • Parapet

  • Equipment Base

วิธีนี้ช่วยให้เห็นความสัมพันธ์ของจุดรั่วได้ชัดกว่าการเดินดูด้วยตาอย่างเดียว


3. ตรวจระบบเดิมและพื้นผิว

ควรตรวจทั้ง

Waterproofing + Substrate + Detailing

ไม่ใช่ดูเฉพาะชั้นผิวด้านบน

ในบางกรณีอาจใช้ Moisture Measurement, Water Test หรือแบ่งพื้นที่ตรวจเป็น Zone ตามความเหมาะสมของหน้างาน


แนวทางซ่อมน้ำรั่วซึมโดยวิเคราะห์ต้นเหตุก่อนเลือกวิธีแก้ เช่น Crack Injection ซ่อม Joint Membrane และระบบ Drainage
แนวทางซ่อมน้ำรั่วซึมโดยวิเคราะห์ต้นเหตุก่อนเลือกวิธีแก้ เช่น Crack Injection ซ่อม Joint Membrane และระบบ Drainage

วิธีแก้ต้องเลือกจาก “สาเหตุ”

เมื่อหาต้นเหตุได้แล้ว แนวทางแก้จะต่างกัน

เช่น

  • ถ้าเป็น Crack ต้องเลือกระบบ Repair หรือ Injection ให้เหมาะกับลักษณะรอยแตก

  • ถ้าเป็น Jointอาจต้องรื้อและทำ Joint Detail ใหม่

  • ถ้าเป็น Membrane เสียหายเฉพาะจุดอาจทำ Local Repair ได้

  • ถ้าระบบเดิมเสื่อมทั้งพื้นที่การ Patch ต่อเนื่องอาจไม่คุ้ม และควรพิจารณาทำระบบใหม่

  • ถ้าเป็น Drainageต้องแก้ Slope หรือระบบระบายน้ำร่วมด้วย

  • ถ้าเป็น MEPการทากันซึมเพิ่มอาจไม่ช่วยเลย

นี่คือเหตุผลที่งานซ่อมน้ำรั่วซึมควรเริ่มจาก Diagnosis ก่อน Solution


สำหรับโรงงาน การรั่วซ้ำมีต้นทุนมากกว่าค่าซ่อม

ปัญหาน้ำรั่วในโรงงานหรืออาคารธุรกิจ อาจกระทบมากกว่าผิวงาน เช่น

  • เครื่องจักร

  • Electrical System

  • สินค้าและวัตถุดิบ

  • Production Area

  • Server และอุปกรณ์

  • งานสถาปัตยกรรม

  • การหยุดใช้งานพื้นที่

  • Maintenance Cost


ดังนั้นเป้าหมายของการซ่อม ไม่ควรเป็นเพียง “ทำให้น้ำหยุดวันนี้” แต่ควรเป็น “หาสาเหตุให้เจอ แล้วแก้ให้ตรงระบบ”


ก่อนอนุมัติซ่อมครั้งต่อไป ควรถามอะไรบ้าง?

ก่อนเลือกผู้รับเหมาหรืออนุมัติ Method แนะนำให้ถามอย่างน้อย 4 ข้อ

  1. จุดที่เห็นน้ำหยด คือจุดที่น้ำเข้าจริงหรือไม่?

  2. ผู้รับเหมาพิสูจน์ต้นเหตุด้วยวิธีอะไร?

  3. ปัญหาเกิดจาก Waterproofing, Crack, Joint, Drainage หรือ MEP?

  4. หลังซ่อมแล้ว จะตรวจยืนยันผลอย่างไร?

หากยังตอบไม่ได้ การรีบรื้อหรือทำกันซึมใหม่ทั้งหมดอาจเร็วเกินไป


ทีมช่าง W4D Construction ติดตั้งระบบกันซึมบนดาดฟ้าโรงงานโดยทีมวิศวกรควบคุมงาน
ทีมช่าง W4D Construction ติดตั้งระบบกันซึมบนดาดฟ้าโรงงานโดยทีมวิศวกรควบคุมงาน

W4D Construction วิเคราะห์ต้นเหตุก่อนเลือกระบบซ่อม


W4D Construction ให้บริการติดตั้งระบบกันซึมและซ่อมแซมโครงสร้างสำหรับโรงงาน อาคาร และโครงการขนาดใหญ่ ด้วยประสบการณ์มากกว่า 20 ปี โดยทีมวิศวกรและช่างมืออาชีพ

แนวทางของเราคือเริ่มจาก


ตรวจสภาพหน้างาน → วิเคราะห์ต้นเหตุ → เลือกระบบที่เหมาะสม → วาง Method → ติดตั้งและตรวจสอบ


เพื่อให้เหมาะกับทั้ง Performance, สภาพใช้งาน และความคุ้มค่าของโครงการ


ทำกันซึมแล้วแต่น้ำยังรั่ว?

หากโรงงานหรืออาคารของคุณกำลังพบปัญหา

  • ทำกันซึมแล้วแต่ยังรั่ว

  • ฝนหยุดแล้วแต่น้ำยังหยด

  • ซ่อมหลายรอบแล้วไม่จบ

  • ไม่ทราบว่าน้ำมาจากจุดไหน

สามารถส่งรูป วิดีโอ Drawing หรือประวัติการซ่อมให้ทีมงานใช้ประกอบการประเมินเบื้องต้นได้


W4D Construction Co., Ltd.

บริษัท ดับบลิวโฟร์ดี คอนสตรัคชั่น จำกัด


Tel: 092-258-9777

Line: @w4dc

Facebook: W4D Construction - ติดตั้งระบบกันซึม ติดตั้งพื้นอุตสาหกรรม ซ่อมโครงสร้าง

Website: www.W4DC.com


FAQ คำถามที่พบบ่อย


ฝนหยุดแล้ว แต่น้ำยังหยด แปลว่ากันซึมยังเสียหรือไม่?

ยังสรุปไม่ได้ทันที เพราะอาจเป็นน้ำที่สะสมอยู่ในชั้นโครงสร้างและกำลังค่อย ๆ ระบายออก

ได้ หากต้นเหตุจริงอยู่ที่ Crack, Joint, Drain หรือรายละเอียดอื่นที่ไม่ได้รับการแก้ไข

ไม่จำเป็นทุกกรณี ควรตรวจหาต้นเหตุก่อน เพราะบางปัญหาสามารถซ่อมเฉพาะจุดได้



 ✔ ประสบการณ์กว่า 20 ปี  ✔ ทีมวิศวกรมืออาชีพ

 ✔ ผลิตภัณฑ์คุณภาพ คุ้มค่า  รับประกันผลงาน



ไว้วางใจเรา W4D Construction Co.,Ltd.

ให้เราช่วยดูแลโครงการคุณ


W4D Construction ติดตั้งระบบกันซึม ติดตั้งพื้นอุตสาหกรรม และซ่อมโครงสร้าง

หากมีปัญหา ดาดฟ้ารั่ว น้ำซึม ระบบกันซึมเดิมเสื่อม หรือซ่อมแล้วกลับมารั่วซ้ำ สามารถส่งรูปภาพ วิดีโอ แบบ หรือข้อมูลหน้างาน เพื่อใช้ประกอบการประเมินเบื้องต้นได้

โทร: 092-258-9777Line: @W4DCWebsite: www.W4Dc.com







ความคิดเห็น

ได้รับ 0 เต็ม 5 ดาว
ยังไม่มีการให้คะแนน

ให้คะแนน
bottom of page