เจาะ 7 จุดที่ควรตรวจในงานสีทนไฟ Data Center ก่อนตรวจรับงาน
- Vigotext Thailand

- 5 ชั่วโมงที่ผ่านมา
- ยาว 4 นาที

งานสีทนไฟ Data Center ไม่ควรตรวจเพียงว่า “พ่นครบหรือยัง”
สำหรับโครงการ Data Center งาน สีทนไฟโครงสร้างเหล็ก หรือ Intumescent Fireproofing เป็นส่วนหนึ่งของระบบ Passive Fire Protection ที่ต้องควบคุมตั้งแต่ก่อนเริ่มติดตั้งจนถึงขั้นตอนส่งมอบงาน สิ่งสำคัญคือ งานประเภทนี้ไม่ควรถูกมองเป็นเพียงงานทาสีหรือพ่นสีให้ได้จำนวนเที่ยวตามกำหนด เพราะสิ่งที่ต้องตรวจจริง ๆ คือ ระบบที่ติดตั้งตรงกับ Specification หรือไม่?, ใช้กับโครงสร้างเหล็กประเภทนั้นได้หรือไม่?, ความหนาที่ได้เพียงพอต่อ Fire Rating หรือไม่? และสามารถตรวจสอบย้อนหลังได้หรือไม่?
โดยเฉพาะโครงการ Data Center ซึ่งมีงานโครงสร้างและงานระบบจำนวนมากดำเนินการร่วมกัน ความผิดพลาดเพียงจุดเดียวอาจนำไปสู่การแก้ไขงาน หรือ Rework ที่กระทบทั้งต้นทุนและ Schedule ของโครงการ
7 จุดสำคัญที่ควรตรวจในงานสีทนไฟ Data Center

1. ตรวจ Fire Rating และ Approved System ก่อนเริ่มงาน
จุดแรกที่ต้องตรวจ ไม่ใช่สีพ่นสวยหรือไม่ แต่คือ
ระบบที่กำลังจะติดตั้ง เป็นระบบที่ได้รับอนุมัติสำหรับ Requirement ของโครงการจริงหรือไม่
ข้อมูลที่ควรตรวจสอบก่อนเริ่มงาน เช่น
Project Specification
Fire Resistance Rating ที่กำหนด
Approved Material
Fire Test / Certification
Steel Schedule
Approved Drawing
Product Data Sheet
ระบบ Primer / Intumescent / Topcoat ที่ได้รับอนุมัติ
ตัวอย่างเช่น หากโครงการกำหนด Fire Resistance Rating 1 ชั่วโมง หรือ 2 ชั่วโมง ไม่ได้หมายความว่าสามารถเลือกสีทนไฟชนิดใดก็ได้แล้วพ่นให้หนาขึ้นตามความต้องการ
ระบบต้องมีข้อมูลการทดสอบหรือ Certification ที่รองรับการใช้งานนั้น
มาตรฐานอย่าง ASTM E119 หรือ UL 263 ใช้ประเมิน Fire Resistance ของโครงสร้างหรือ Assembly ภายใต้เงื่อนไขการทดสอบที่กำหนด
ดังนั้น สิ่งที่ควรตรวจคือ Certified System ทั้งระบบ ไม่ใช่ดูเพียงข้อความว่า “ผ่าน ASTM E119” บนเอกสารผลิตภัณฑ์
จุดตรวจสำคัญ ก่อนอนุมัติให้เริ่มงาน ต้องตอบได้ว่า Steel Section นี้ ใช้ระบบอะไร ต้องการ Fire Rating เท่าไร และอ้างอิง Approved Design ใด
2. ตรวจความหนาที่ต้องใช้ของ Steel Section แต่ละประเภท
หนึ่งในประเด็นสำคัญที่สุดของ Fireproofing Data Center คือความหนาสีทนไฟอาจไม่เท่ากันในโครงสร้างเหล็กทุกชิ้น แม้จะอยู่ในโครงการเดียวกัน และกำหนด Fire Rating เท่ากันก็ตาม ความหนาของ Intumescent Coating สามารถแตกต่างกันตามปัจจัย เช่น
ขนาดของ Steel Section
Beam หรือ Column
รูปทรงของหน้าตัด
Section Factor
จำนวนด้านที่สัมผัสไฟ
Critical Steel Temperature
Fire Rating ที่กำหนด
ระบบและผลิตภัณฑ์ที่เลือกใช้
ดังนั้น ก่อนเริ่มพ่นควรมี Thickness Schedule หรือข้อมูลอ้างอิงความหนาของแต่ละ Steel Section ที่ชัดเจน
ไม่ควรใช้วิธีว่า
“พื้นที่นี้ต้องการ Fire Rating 2 ชั่วโมง ดังนั้นพ่นทุกชิ้นที่ความหนาเดียวกัน”
โดยไม่ได้ตรวจข้อมูล Certified Design หรือ Loading Table ของระบบที่ได้รับอนุมัติ
สำหรับ Intumescent Coating ความสัมพันธ์ระหว่างรูปทรงเหล็กกับความหนาของระบบมีความสำคัญโดยตรงต่อ Fire Resistance Performance
สิ่งที่ควรตรวจ
Steel Section ตรงกับ Drawing หรือไม่
Thickness Requirement ของแต่ละ Section เท่าไร
Fire Rating ตรงตาม Specification หรือไม่
ผู้ติดตั้งมี Thickness Schedule สำหรับใช้หน้างานหรือไม่
ทีม QA/QC ใช้ข้อมูลชุดเดียวกับทีม Application หรือไม่
จุดนี้ช่วยลดความเสี่ยงทั้งการพ่นบางเกินไป และการใช้วัสดุมากเกินความจำเป็น
3. ตรวจ Surface Preparation ก่อนติดตั้งสีทนไฟ
วัสดุ Fireproofing ที่ดี ไม่สามารถชดเชยพื้นผิวที่เตรียมไม่ถูกต้องได้
ก่อนพ่น Intumescent Coating ต้องตรวจสภาพพื้นผิวเหล็กและ Primer เดิมให้เหมาะสมกับระบบที่ได้รับอนุมัติ
สิ่งที่ควรตรวจ ได้แก่
ฝุ่น
สนิม
น้ำมันหรือ Grease
คราบสกปรก
Primer หลุดร่อน
ผิวเสียหายจากการติดตั้งโครงสร้าง
บริเวณ Weld
Bolt และ Connection
จุดที่เกิดความเสียหายระหว่างขนส่งหรือประกอบโครงสร้าง
หากพื้นผิวมีสิ่งปนเปื้อนหรือชั้นรองพื้นยึดเกาะไม่ดี การติดตั้งสีทนไฟทับลงไปอาจเพิ่มความเสี่ยงต่อ
Delamination, Peeling หรือการหลุดร่อนของระบบ
มาตรฐานในกลุ่ม ISO 8501 ถูกใช้เป็นหนึ่งในแนวทางสำหรับการประเมินสภาพและระดับการเตรียมผิวเหล็ก โดยระดับที่ต้องการจริงต้องยึดตาม Specification และข้อกำหนดของระบบที่เลือกใช้

4. ตรวจ Primer และ Topcoat ว่า Compatible กับระบบหรือไม่
Primer เป็นอีกจุดที่มักถูกมองข้าม ผู้ผลิตและ Certification ของระบบ Fireproofing อาจกำหนด Primer หรือเงื่อนไขของ Primer ที่สามารถใช้งานร่วมกันได้
เช่นเดียวกับ Topcoat หากระบบจำเป็นต้องมี Finish Coat หรือ Protective Topcoat ก็ต้องตรวจสอบว่าเป็นระบบที่รองรับร่วมกัน
สิ่งที่ควรตรวจ ได้แก่
ชนิดและผู้ผลิต Primer
DFT ของ Primer
สภาพ Primer เดิม
Compatibility กับ Intumescent Coating
Intermediate Coat หากมี
Topcoat ที่กำหนด
Approved Material List ของโครงการ
หากมีการเปลี่ยนผลิตภัณฑ์ระหว่างก่อสร้าง ไม่ควรเปลี่ยนเพียงเพราะวัสดุหาได้เร็วกว่า หรือราคาต่ำกว่า โดยไม่มี Technical Approval รองรับ เพราะสำหรับ Fireproofing Primer + Intumescent + Topcoat ควรถูกมองเป็นระบบเดียวกัน ไม่ใช่วัสดุสามรายการที่เลือกแยกจากกัน
5. ตรวจสภาพแวดล้อมและเงื่อนไขขณะติดตั้ง
สีทนไฟไม่ได้สามารถพ่นได้ทุกสภาพแวดล้อมโดยให้ผลลัพธ์เหมือนกัน
ระหว่างติดตั้งควรตรวจสอบเงื่อนไขตาม Product Data Sheet และ Method Statement เช่น
Ambient Temperature
Surface Temperature
Relative Humidity
Dew Point
การระบายอากาศ
Drying Time
Recoat Interval
หากพ่นในสภาวะที่ไม่เหมาะสม อาจส่งผลต่อการแห้ง การสร้างฟิล์ม การยึดเกาะ หรือเกิด Defect บนผิวงาน โดยเฉพาะงาน Data Center ที่มีหลายทีมทำงานพร้อมกัน การเร่ง Schedule ไม่ควรทำให้ Recoat Interval หรือเงื่อนไขด้านสภาพแวดล้อมถูกละเลย
6. ตรวจ WFT และ DFT ไม่ใช่ดูจากจำนวนเที่ยวที่พ่น
นี่คือหัวใจของ Quality Control ในงาน Intumescent Fireproofing การบอกว่า พ่นครบ 3 เที่ยวแล้ว ไม่ได้ยืนยันว่าระบบได้ความหนาตามที่ออกแบบ สิ่งที่ต้องควบคุมคือ Film Thickness
WFT – Wet Film Thickness
เป็นการตรวจความหนาของสีในสภาพเปียกระหว่าง Application
ช่วยให้ทีมงานควบคุมปริมาณสีของแต่ละ Coat และลดความเสี่ยงจากการพ่นหนาหรือบางเกินไป
DFT – Dry Film Thickness
เป็นการตรวจ Dry Film Thickness หลังสีแห้ง
ค่านี้ใช้สำหรับตรวจสอบว่าระบบที่ติดตั้งจริงได้ความหนาตาม Requirement หรือไม่
ในการตรวจ DFT ควรมี
เครื่องมือที่เหมาะสม
Calibration / Verification ตามข้อกำหนด
จำนวนจุดตรวจตาม Inspection Plan
ตำแหน่งตรวจที่สามารถ Trace กลับไปยังโครงสร้างได้
Acceptance Criteria
Record ผลตรวจ
ขั้นตอนแก้ไขกรณี Thickness ไม่ผ่าน
มาตรฐาน AMPP SSPC-PA 2-2022 Appendix 11 มีวิธีสำหรับการตรวจความหนาของ Intumescent Fireproofing บน Load-Bearing Structural Steel โดยเฉพาะ
นอกจากนี้ต้องตรวจสภาพผิวหลังติดตั้งว่ามี Defect หรือไม่ เช่น
Crack
Void
Delamination
Damage
พื้นที่ที่เห็น Substrate
ความเสียหายจากงานระบบอื่น
7. ตรวจ QA/QC Documentation และ Traceability ก่อนส่งมอบ
สำหรับโครงการ Data Center งานที่ติดตั้งเสร็จแล้วแต่ไม่มีข้อมูลตรวจสอบย้อนหลัง อาจสร้างปัญหาในขั้น Inspection และ Handover ได้ ระบบ QA/QC ที่ดีควรสามารถตอบได้ว่า
วัสดุอะไร ถูกติดตั้งที่ไหน เมื่อไร ใครตรวจ และผลตรวจเป็นอย่างไร
เอกสารที่อาจต้องใช้ตาม Scope ของโครงการ เช่น
Material Approval
Product Data Sheet
Certification / Fire Test Document
Method Statement
Inspection & Test Plan (ITP)
Material Batch Record
Environmental Condition Record
WFT Record
DFT Inspection Report
Inspection Request
NCR / Corrective Action หากมี
Repair Record
Final Inspection Report
อีกเรื่องที่สำคัญมากสำหรับ Data Center คือ งานหลัง Fireproofing
เมื่อพ่นและตรวจผ่านแล้ว อาจยังมีผู้รับเหมาระบบอื่นเข้าทำงานต่อ เช่น
Cable Tray
Pipe Support
Duct
Electrical System
Mechanical System
Steel Modification
กิจกรรมเหล่านี้สามารถกระแทก ขูด เจาะ หรือทำให้ Fireproofing ที่ผ่าน Inspection แล้วเสียหายได้
จึงควรมีขั้นตอน
Damage Inspection → Repair → Reinspection → Final Acceptance
ก่อนส่งมอบจริง
สรุป 7 จุดตรวจงานสีทนไฟ Data Center

จุดตรวจ | สิ่งที่ต้องยืนยัน |
1. Fire Rating & Approved System | ระบบตรงกับ Project Specification และ Certification |
2. Steel Section & Thickness | ความหนาตรงตาม Section และ Approved Design |
3. Surface Preparation | พื้นผิวพร้อมและไม่มีสิ่งปนเปื้อน |
4. Primer / Topcoat | Compatible และเป็นระบบที่ได้รับอนุมัติ |
5. Environmental Condition | อุณหภูมิ ความชื้น Dew Point และ Recoat อยู่ในเกณฑ์ |
6. WFT / DFT & Workmanship | ความหนาและคุณภาพผิวผ่าน Acceptance Criteria |
7. QA/QC & Traceability | มี Inspection Record และตรวจสอบย้อนหลังได้ |
ผู้รับเหมาสีทนไฟ Data Center ควรทำได้มากกว่าการพ่นสี
การเลือก ผู้รับเหมาสีทนไฟ Data Center จึงไม่ควรประเมินจากราคาต่อตารางเมตรเพียงอย่างเดียว
ควรดูว่าผู้รับเหมาสามารถบริหารกระบวนการตั้งแต่
Review Specification→ ตรวจระบบและ Thickness→ Surface Preparation Application→ WFT / DFT Inspection→ Repair→ Documentation→ Final Handover
ได้ครบหรือไม่ เพราะสำหรับโครงการที่มี Requirement สูง ต้นทุนของงาน Fireproofing ที่ไม่ผ่านไม่ได้มีเพียงค่าแรงและค่าวัสดุที่ต้องทำใหม่ แต่ยังอาจรวมถึง Rework, Delay และผลกระทบกับงานระบบอื่นของโครงการ
W4D Construction บริการติดตั้งระบบสีทนไฟสำหรับโครงการ Data Center
W4D Construction ให้บริการงานก่อสร้างระบบเฉพาะทาง ด้วยประสบการณ์มากกว่า 20 ปี โดยทีมวิศวกรและช่างมืออาชีพ สำหรับงาน สีทนไฟโครงสร้างเหล็ก และ Fireproofing เราให้ความสำคัญกับการเลือกระบบจาก Requirement ของโครงการก่อนดำเนินงาน เพื่อให้ผลิตภัณฑ์ วิธีติดตั้ง และการควบคุมคุณภาพเหมาะสมกับสภาพการใช้งานจริง
แนวทางการทำงานครอบคลุมตั้งแต่
ตรวจสอบ Scope และ Specification
พิจารณาระบบและผลิตภัณฑ์
วางแผน Method Statement
ตรวจสอบสภาพพื้นผิว
ติดตั้ง Fireproofing
ควบคุม WFT / DFT
QA/QC และ Inspection
แก้ไขและส่งมอบงานตาม Scope โครงการ
พร้อมพิจารณาทั้ง Performance, Requirement, ความเหมาะสมในการใช้งาน และ Cost Effectiveness ของแต่ละโครงการ
กำลังประเมินงาน Fireproofing สำหรับโครงการ Data Center?
หากคุณเป็น Owner, Developer, Consultant, Project Manager, Main Contractor หรือ Procurement และกำลังวางแผนงานสีทนไฟโครงสร้างเหล็ก สามารถส่งข้อมูล เช่น
Specification, BOQ, Drawing, Steel Schedule, Fire Rating Requirement หรือ Approved Material List ให้ทีมงานใช้ประกอบการประเมิน Scope และแนวทางดำเนินงานเบื้องต้นได้
W4D Construction ติดตั้งระบบกันซึม ติดตั้งพื้นอุตสาหกรรม ซ่อมแซมโครงสร้าง และงานระบบเฉพาะทาง
โทร: 092-258-9777
Line: @W4DC
Website: www.W4Dc.com
FAQ คำถามที่พบบ่อย
สีทนไฟ Fire Rating เท่ากัน ต้องพ่นหนาเท่ากันทุกจุดหรือไม่?
ไม่ควรสรุปเช่นนั้น ความหนาของ Intumescent Coating ต้องพิจารณาจาก Steel Section, Section Factor, Fire Rating, Critical Temperature และข้อมูลของ Approved System ที่ใช้งาน
Primer เดิมสามารถพ่นสีทนไฟทับได้ทุกชนิดหรือไม่?
ไม่ควรถือว่าใช้ได้ทุกชนิด ต้องตรวจสอบ Compatibility ระหว่าง Primer และ Intumescent System รวมถึงข้อกำหนดของ Certification และผู้ผลิต
ตรวจสีทนไฟจากจำนวนเที่ยวที่พ่นได้หรือไม่?
จำนวนเที่ยวใช้สำหรับควบคุมขั้นตอนการทำงาน แต่การตรวจรับความหนาควรอ้างอิง DFT และ Acceptance Criteria ที่กำหนดในระบบหรือ Specification
ASTM E119 เป็นมาตรฐานการติดตั้งสีทนไฟหรือไม่?
ASTM E119 เป็นมาตรฐานการทดสอบ Fire Resistance ของ Building Construction และ Materials ภายใต้เงื่อนไขที่กำหนด ไม่ใช่ Method Statement สำหรับการติดตั้งหน้างานโดยตรง การติดตั้งจริงต้องพิจารณา Approved System, Product Documentation และ Project Specification ประกอบกัน
✔ ประสบการณ์กว่า 20 ปี
✔ ทีมวิศวกรมืออาชีพ
✔ ผลิตภัณฑ์คุณภาพ คุ้มค่า
✔ รับประกันผลงาน
ไว้วางใจเรา W4D Construction Co.,Ltd.
ให้เราช่วยดูแลโครงการคุณ
W4D Construction ติดตั้งระบบกันซึม ติดตั้งพื้นอุตสาหกรรม และซ่อมโครงสร้าง
หากมีปัญหา ดาดฟ้ารั่ว น้ำซึม ระบบกันซึมเดิมเสื่อม หรือซ่อมแล้วกลับมารั่วซ้ำ สามารถส่งรูปภาพ วิดีโอ แบบ หรือข้อมูลหน้างาน เพื่อใช้ประกอบการประเมินเบื้องต้นได้
โทร: 092-258-9777Line: @W4DCWebsite: www.W4Dc.com






ความคิดเห็น